Online Appointment +667427 2800 or 1719
 

Knowledge

28Feb
2018

จัดการความเครียด ก่อนเป็นโรคซึมเศร้า

หลายคนมีความเครียดโดยไม่รู้ตัวและบางครั้งความเครียดกลับแสดงออกมาในรูปแบบของอาการทางกายต่างๆที่ค่อนข้างเรื้อรังเป็นๆหายๆทำให้ต้องกินยาอยู่เสมอ เช่น มีอาการปวดศีรษะ ปวดต้นคอ ปวดหลัง นอนหลับยากเป็นต้น หากท่านก็มีอาการเช่นนี้บางครั้งสาเหตุอาจเกิดจากความเครียดก็เป็นไปได้

จัดการความเครียด ก่อนเป็นโรคซึมเศร้า

หลายคนมีความเครียดโดยไม่รู้ตัวและบางครั้งความเครียดกลับแสดงออกมาในรูปแบบของอาการทางกายต่างๆที่ค่อนข้างเรื้อรังเป็นๆหายๆทำให้ต้องกินยาอยู่เสมอ เช่น มีอาการปวดศีรษะ ปวดต้นคอ  ปวดหลัง นอนหลับยากเป็นต้น หากท่านก็มีอาการเช่นนี้บางครั้งสาเหตุอาจเกิดจากความเครียดก็เป็นไปได้ 
 ความเครียด

ความเครียด   ในที่นี้ไม่จำเป็นต้องเป็นความเครียดอย่างรุนแรง แต่หากเป็นความเครียดทั่วไปในชีวิตประจำวันทั่วไปก็ได้เช่น ลักษณะการทำงานหรือความสัมพันธ์กับคนใกล้ชิดที่ตึงเครียด ก็สามารถทำให้มีอาการได้ แต่ไม่ว่าจะมีอาการทางกายร่วมหรือไม่ความเครียดก็จำเป็นที่จะต้องได้รับการจัดการอย่างถูกวิธี ด้วยกระบวนการทางจิตใจเป็นลำดับขั้นตอน ดังที่จะกล่าวถึงนี้เป็นตัวอย่าง

กระบวนการทางจิตใจเป็นลำดับขั้นตอน 
1. สติ หลายครั้งคนเราจะเคยชินกับความรู้สึกเครียดกดดันและไม่รับรู้ว่าตัวเองเครียด การตั้งสติสังเกตให้ไวต่อการรับรู้ถึงสภาวะเครียดกดดันที่ได้เกิดขึ้นจะเ ป็นจุดเริ่มต้นในการดูแลจิตใจ เพราะเมื่อเรารับรู้ว่าเราเครียดก็จะนำไปสู่การจัดการในขั้นต่อไปได้อย่างเหมาะสม

2. สำรวจอาการทางกาย ลองสังเกตความเชื่อมโยงระหว่างอาการทางกายต่างๆ เช่น ปวดศีรษะ ปวดต้นคอ เป็นต้น ว่าอาการที่เกิดขึ้นเกิดสัมพันธ์กับความเครียดหรือไม่ หากสัมพันธ์กันเราสามารถควบคุมอาการทางกายได้ด้วยการจัดการความเครียด และในทางกลับกันหากมีอาการทางกายก็สามารถเป็นตัวบ่งบอกได้ว่าเรากำลังเครียดอยู่

3. วางแผน ตั้งสติวางแผนแก้ปัญหาต่างๆโดยรอบ เสร็จแล้ววางปัญหาไว้ หากเป็นปัญหาที่แก้ไม่ตกก็ให้วางแผนการแก้ปัญหาให้ดีที่สุดแล้วบอกตัวเองว่าทำเต็มที่ในปัจจุบันนี้แล้วและให้วางปัญหาไว้

4. จัดการความเครียด การจัดการนั้นมีหลายแบบแตกต่างตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล มีตั้งแต่การเปลี่ยนสภาพแวดล้อม เช่น ออกไปเดินเล่น หยุดกิจกรรมที่ทำให้เครียดและเปลี่ยนกิจกรรมที่กำลังทำอยู่สักครู่หนึ่ง หากิจกรรมบันเทิงทำ คุยกับเพื่อน เป็นต้น หรือเป็นการทำใจให้สงบนิ่ง เช่น การกำหนดลมหายใจเข้าออกแทน หรืออาจจะใช้วิธีปรับใจให้มาอยู่กับปัจจุบันมากขึ้นไม่คิดถึงอดีตหรืออนาคต โดยหากเป็นในเรื่องของการฝึกใจให้อยู่กับปัจจุบันและการกำหนดลมหายใจควรจะฝึกฝนซ้ำๆจนปรับใจได้คล่องและไวขึ้นจะได้ผลดี และไม่ควรย่อท้อ

5. สังเกต หมั่นสังเกตสภาพจิตใจที่ค่อยๆเปลี่ยนแปลงหลังฝึกฝนเป็นประจำ พร้อมกับให้กำลังใจกับตัวเองที่ควบคุมความเครียดและอาการทางกายต่างๆได้ดีขึ้น 


 
 

นพ.วรชัย สุริเยนทรากร 
จิตแพทย์ โรงพยาบาลกรุงเทพหาดใหญ่

 

Share With your friends

knowledge interesting

  • แอลดี (ความบกพร่องทางการเรียนรู้)

  • ออทิสติก สเปคตรัม (Autism Spectrum Disorder)

  • โปรแกรมการกระตุ้นพัฒนาการ (Early Intervention Program)

© 2015 Bangkok Hospital . All rights reserved.