สาระสุขภาพ

18Jun
2019

คำแนะนำการออกกำลังกายสำหรับผู้ป่วยหลังผ่าตัดหัวใจ

ผู้ป่วยโรคหัวใจที่ได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ จำเป็นต้องออกกำลังกายเช่นกันภายใต้การแนะนำของแพทย์หรือนักกายภาพบำบัด โดยหลังผ่าตัดได้ระยะหนึ่งนักกายภาพจะเริ่มให้ออกกำลังกาย เพราะจะช่วยลดโอกาสการติดเชื้อที่ปอด

 คำแนะนำการออกกำลังกายสำหรับผู้ป่วยหลังผ่าตัดหัวใจ

1) ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับโรค

ผู้ป่วยโรคหัวใจที่ได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ จำเป็นต้องออกกำลังกายเช่นกันภายใต้การแนะนำของแพทย์หรือนักกายภาพบำบัด โดยหลังผ่าตัดได้ระยะหนึ่งนักกายภาพจะเริ่มให้ออกกำลังกาย เพราะจะช่วยลดโอกาสการติดเชื้อที่ปอด การจับตัวเป็นก้อนของเลือด และการเกิดแผลกดทับ ช่วยฟื้นฟูสมรรถภาพของร่างกายให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ ทั้งนี้การออกกำลังกายควรทำอย่างสม่ำเสมอ 
2) การปฏิบัติตัวสำหรับผู้ป่วย
 ชนิด    เดินทางราบรอบละ 15 นาที , เช้า – เย็น  ก่อนการเดินควรอบอุ่นร่างกายอย่างน้อย 5 นาที                     
ความถี่อย่างน้อย 5 วันต่อสัปดาห์   ถ้าทำได้ทุกวันจะดีที่สุด
ก่อนออกกำลังกาย   ตรวจชีพจรควรอยู่ในช่วง 80 - 100 ครั้ง/นาที ความดันโลหิตอยู่ในช่วง 100/60 - 140/90 มิลลิเมตรปรอท ถ้าชีพจรหรือ ความดันโลหิตผิดปกติ ควรนั่งพัก 15 นาที ถ้าไม่ดีขึ้นงดออกกำลังกาย

วิธีการออกกำลังกาย

1.  เริ่มด้วยการเหยียดยืดกล้ามเนื้อ เพื่ออบอุ่นร่างกาย  ( warm  up )
2.  ต่อจากนั้น เดินช้า ๆ จนครบเวลาที่ต้องการ ถ้ารู้สึกเหนื่อยพักระหว่างออกกำลังกายได้
3.  เมื่อครบเวลาที่ตั้งเป้าหมายไว้ ให้เดินช้าลงเพื่อ  cool down  จนหยุดได้
4.  จบด้วยการเหยียดยืดกล้ามเนื้อ
หมายเหตุ :  ค่อย ๆ เพิ่มเวลาการเดินจนได้ 1 ชั่วโมงต่อวัน ถ้าเดินได้ต่อเนื่องมากกว่า 30 นาทีต่อรอบสามารถเดินได้ 1 รอบต่อวัน
       
ถ้าท่านสามารถจับชีพจรได้ 1 เดือนแรกหลังผ่าตัด ชีพจรขณะที่ออกกำลังกายเหนื่อยที่สุดไม่ควรเกิน ชีพจรขณะพัก + 30 ครั้ง / นาที  ความดันโลหิตสูงสุดขณะออกกำลังกาย ไม่ควรเกิน 180/110 มิลลิเมตรปรอท

ข้อแนะนำในการออกกำลังกาย

1.  ในระยะแรก ควรออกกำลังกายโดยการเดินพื้นราบ ไม่ควรเดินขึ้นหรือลง  เนินเพราะจะทำให้หัวใจ ทำงานหนักเกินไป
2.  ควรแต่งกายให้เหมาะสม คือ สวมร้องเท้ากีฬาและถุงเท้าที่ระบายอากาศได้ดีใส่เสื้อผ้าที่ไม่คับเกินไป
3.  เวลาที่เหมาะสมในการออกกำลังกาย คือ ช่วงเช้าและช่วงเย็น หลังมื้ออาหารอย่างน้อย 1 ชั่วโมงครึ่ง  ถึง 2  ชั่วโมง ไม่ควรออกกำลังกายในสถานที่ ที่มีอากาศร้อนมาก
4.  ควรดื่มน้ำให้เพียงพอ  จิบน้ำก่อน ระหว่าง และหลังการออกกำลังกาย
5.  ในระยะแรกไม่ควรออกกำลังกายที่ควบคุมความแรงไม่ได้เช่น เล่นเทนนิส แบดมินตัน ว่ายน้ำ เป็นต้น   แต่เมื่อฟื้นฟูสมรรถภาพระยะหนึ่งจนสมรรถภาพร่างกายดีขึ้น  อาจกลับไปเล่นกีฬาต่าง ๆ ได้ตามคำแนะนำของแพทย์

คำแนะนำในการทำกิจกรรมอื่น ๆ 

การยกของหนัก         ห้ามยกของหนักเกิน 4 กิโลกรัม ในช่วง 2 เดือนแรกหลังผ่าตัด เช่น ถุงใส่ของ กระเป๋า เด็ก สัตว์เลี้ยง ถ้าไม่แน่ใจว่าของที่จะยกน้ำหนักเท่าไร พยายามยกของให้ชิดตัวมากที่สุด
การขึ้น - ลงบันได      ถ้ามีความจำเป็นต้องขึ้นลงบันได ควรปรึกษาแพทย์ว่าสามารถทำได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ในระยะแรกควรขึ้น - ลงตามความจำเป็น และไม่รีบร้อน ควรพักระหว่างขั้น
การขับรถ                 เริ่มขับรถทุกชนิดได้ 10 - 12 สัปดาห์หลังผ่าตัด
การกลับไปทำงาน      ผู้ป่วยสามารถกลับไปทำงานได้ ขึ้นกับสภาพร่างกาย ความรุนแรงของโรค และลักษณะงานที่ทำสามารถ

                                    แบ่งประเภทตามความหนัก-เบา ของงาน และระยะเวลาได้ดังนี้

ประเภทของงาน

ระยะเวลาหลังได้รับการผ่าตัด

    งานนั่งโต๊ะ

    3 4 สัปดาห์

   งานหนักปานกลาง

    6 8 สัปดาห์

   งานหนัก

    10 12 สัปดาห์


ถ้าท่านต้องการทำกิจกรรมในระดับที่หนักขึ้น เช่น  ทำสวน  เดินขึ้นเขา  เล่นกอล์ฟ  เทนนิส  แบดมินตัน  ว่ายน้ำ  ควรปรึกษาแพทย์ว่าสามารถ ทำได้อย่างปลอดภัยหรือไม่  โดยทั่วไปถ้าไม่มีภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัด และ ได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจอย่างเหมาะสมอาจกลับไปทำกิจกรรมดังกล่าวได้ใน  6 - 12 สัปดาห์                                    

3)  ข้อควรระวัง

ควรหยุดออกกำลังกายถ้ามีอาการดังต่อไปนี้ และปรึกษาแพทย์
- เจ็บหน้าอก หรือแน่นหน้าอก -      อ่อนแรง หรือเหนื่อยกว่าปกติ
- ใจสั่น หรือรู้สึกว่าใจเต้นผิดปกติ -      หอบเหนื่อย มึนงงศีรษะ จะเป็นลม
- รู้สึกปวด ขัด ตึง บวม บริเวณกล้ามเนื้อ เอ็น ข้อต่อต่าง ๆ ระหว่างหรืออกกำลังกาย
 

Share With your friends

ความรู้ทีน่าสนใจ

  • คำแนะนำวิธีปฏิบัติตัวในผู้ป่วยปวดคอ

  • คำแนะนำเรื่อง การบริหารร่างกายในผู้ป่วยอัมพาตครึ่งซีก

  • กายภาพบำบัดในผู้ป่วยหลังผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพก

© 2015 Bangkok Hospital . All rights reserved.