บริการทางการแพทย์

การทดสอบสมรรถภาพหัวใจด้วยการเดินสายพาน ( Exercise Stress Test : EST)
เป็นการตรวจสมรรถภาพของหัวใจ โดยให้ผู้ป่วยออกกำลังด้วยการเดินสายพาน เพื่อทดสอบว่าเมื่อหัวใจทำงานหนักขึ้น และกล้ามเนื้อหัวใจมีความต้องการใช้ออกซิเจนจากเลือดเพิ่มมากขึ้น จะเกิดภาวะหัวใจขาดเลือดขึ้นหรือไม่ โดยดูจากคลื่นไฟฟ้าหัวใจที่เปลี่ยนแปลง และอาการเจ็บแน่นหน้าอก หรือเหนื่อย รวมทั้งระดับความดันโลหิตที่เปลี่ยนแปลงไปด้วย

 การเตรียมตัวก่อนการทดสอบ

1.    พักผ่อนให้เพียงพอในวันก่อนตรวจ
2.    งดสูบบุหรี่ งดรับประทานอาหารมื้อหนัก ห้ามดื่มชา กาแฟ ก่อนการทดสอบอย่างน้อย 2 – 3 ชั่วโมง
3.    งดยาบางชนิดก่อนการตรวจตามคำแนะนำของแพทย์
4.    เลือกสวมรองเท้าที่ใส่สบายเหมาะแก่การออกกำลังกาย

    การทดสอบด้วยการเดินสายพาน

1.    ก่อนทดสอบ  เจ้าหน้าที่จะติดแผ่นขั้วสัญญาณไฟฟ้าไว้บริเวณทรวงอก เพื่อดูอัตราการเต้นของหัวใจ พร้อมทั้งรัดสายวัดความดันโลหิต
2.    ขณะทดสอบ  ผู้รับการตรวจต้องเดินบนสายพาน โดยสายพานจะเริ่มจากช้าๆ และเพิ่มความเร็วและความชันของเครื่องเป็นระยะๆ ตามโปรแกรมที่เหมาะสมกับสภาพของผู้ทดสอบ
3.    หลังทดสอบ  ผู้ทดสอบพักจนคลื่นไฟฟ้าหัวใจและความดันโลหิตกลับมาระดับปกติ เมื่อเสร็จสิ้นการทดสอบ สามารถทราบผลการทดสอบได้ทันที

    ข้อควรระวังขณะตรวจ

ถ้ามีความรู้สึกผิดปกติดังต่อไปนี้ ควรรีบแจ้งให้แพทย์ทราบทันที
1.    มึนงง เวียนศีรษะ
2.    รู้สึกเหนื่อยมากกว่าปกติ หายใจไม่ออก
3.    รู้สึกอึดอัด แน่น บริเวณหน้าอก แขนหรือขากรรไกร ปวดหรือเป็นตะคริวที่ขา

     ข้อควรระวังหลังการตรวจ
หากพบอาการเจ็บแน่นหน้าอก ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่หรือแพทย์โดยเร่งด่วน - See more at: http://bhh.barn364.com/knowledge/view/39#sthash.tSaM8t39.dpuf
การเตรียมตัวก่อนการทดสอบ

1.    พักผ่อนให้เพียงพอในวันก่อนตรวจ
2.    งดสูบบุหรี่ งดรับประทานอาหารมื้อหนัก ห้ามดื่มชา กาแฟ ก่อนการทดสอบอย่างน้อย 2 – 3 ชั่วโมง
3.    งดยาบางชนิดก่อนการตรวจตามคำแนะนำของแพทย์
4.    เลือกสวมรองเท้าที่ใส่สบายเหมาะแก่การออกกำลังกาย

    การทดสอบด้วยการเดินสายพาน

1.    ก่อนทดสอบ  เจ้าหน้าที่จะติดแผ่นขั้วสัญญาณไฟฟ้าไว้บริเวณทรวงอก เพื่อดูอัตราการเต้นของหัวใจ พร้อมทั้งรัดสายวัดความดันโลหิต
2.    ขณะทดสอบ  ผู้รับการตรวจต้องเดินบนสายพาน โดยสายพานจะเริ่มจากช้าๆ และเพิ่มความเร็วและความชันของเครื่องเป็นระยะๆ ตามโปรแกรมที่เหมาะสมกับสภาพของผู้ทดสอบ
3.    หลังทดสอบ  ผู้ทดสอบพักจนคลื่นไฟฟ้าหัวใจและความดันโลหิตกลับมาระดับปกติ เมื่อเสร็จสิ้นการทดสอบ สามารถทราบผลการทดสอบได้ทันที

    ข้อควรระวังขณะตรวจ

ถ้ามีความรู้สึกผิดปกติดังต่อไปนี้ ควรรีบแจ้งให้แพทย์ทราบทันที
1.    มึนงง เวียนศีรษะ
2.    รู้สึกเหนื่อยมากกว่าปกติ หายใจไม่ออก
3.    รู้สึกอึดอัด แน่น บริเวณหน้าอก แขนหรือขากรรไกร ปวดหรือเป็นตะคริวที่ขา

     ข้อควรระวังหลังการตรวจ
หากพบอาการเจ็บแน่นหน้าอก ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่หรือแพทย์โดยเร่งด่วน - See more at: http://bhh.barn364.com/knowledge/view/39#sthash.tSaM8t39.dpuf
การเตรียมตัวก่อนการทดสอบ

1.    พักผ่อนให้เพียงพอในวันก่อนตรวจ
2.    งดสูบบุหรี่ งดรับประทานอาหารมื้อหนัก ห้ามดื่มชา กาแฟ ก่อนการทดสอบอย่างน้อย 2 – 3 ชั่วโมง
3.    งดยาบางชนิดก่อนการตรวจตามคำแนะนำของแพทย์
4.    เลือกสวมรองเท้าที่ใส่สบายเหมาะแก่การออกกำลังกาย

    การทดสอบด้วยการเดินสายพาน

1.    ก่อนทดสอบ  เจ้าหน้าที่จะติดแผ่นขั้วสัญญาณไฟฟ้าไว้บริเวณทรวงอก เพื่อดูอัตราการเต้นของหัวใจ พร้อมทั้งรัดสายวัดความดันโลหิต
2.    ขณะทดสอบ  ผู้รับการตรวจต้องเดินบนสายพาน โดยสายพานจะเริ่มจากช้าๆ และเพิ่มความเร็วและความชันของเครื่องเป็นระยะๆ ตามโปรแกรมที่เหมาะสมกับสภาพของผู้ทดสอบ
3.    หลังทดสอบ  ผู้ทดสอบพักจนคลื่นไฟฟ้าหัวใจและความดันโลหิตกลับมาระดับปกติ เมื่อเสร็จสิ้นการทดสอบ สามารถทราบผลการทดสอบได้ทันที

    ข้อควรระวังขณะตรวจ

ถ้ามีความรู้สึกผิดปกติดังต่อไปนี้ ควรรีบแจ้งให้แพทย์ทราบทันที
1.    มึนงง เวียนศีรษะ
2.    รู้สึกเหนื่อยมากกว่าปกติ หายใจไม่ออก
3.    รู้สึกอึดอัด แน่น บริเวณหน้าอก แขนหรือขากรรไกร ปวดหรือเป็นตะคริวที่ขา

     ข้อควรระวังหลังการตรวจ
หากพบอาการเจ็บแน่นหน้าอก ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่หรือแพทย์โดยเร่งด่วน - See more at: http://bhh.barn364.com/knowledge/view/39#sthash.tSaM8t39.dpuf

ศูนย์โรคหัวใจ เปิดให้บริการ วันจันทร์ - อาทิตย์ 07.00 - 17.00 น.

สอบถามเพิ่มเติม
© 2015 Bangkok Hospital . All rights reserved.