Online Appointment +667427 2800 or 1719
 

Knowledge

25Jun
2016

ศูนย์เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง 64 Slices CT Scan

เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง 64 Slices CT Scan เป็นเครื่องที่ถูกพัฒนาขึ้นด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัย มีประสิทธิภาพด้วยความเร็วและความละเอียดสูง สามารถสร้างภาพได้ถึง 64 ภาพ ในครั้งเดียวของรอบการหมุนหรือสแกน(360 องศา) ด้วยความเร็วเพียง 0.4 วินาที ทำให้ได้ภาพถึงกว่า 2,000 ภาพ ส่งผลให้การตรวจมีความแม่นยำสูง โดยเฉพาะอวัยวะภายในที่มีการเคลื่อนไหวอย่างเช่น หัวใจ ซึ่งเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ทั่วไปจะได้ภาพที่ไม่ชัดเจน แต่ด้วยเครื่องเครื่องดังกล่าวสามารถให้เกิดภาพที่ชัดเจน ทั้งแบบ2 มิติ และ 3 มิติ รวมถึงทุกส่วนต่างๆของร่างกาย อาทิ เส้นเลือด เนื้อเยื่อ กระดูก หัวใจ หรือแม้แต่ท่อลมในบริเวณปอด ด้วยเหตุนี้เครื่องดังกล่าวจึงเอื้อประโยชน์ทั้งในด้านการตรวจวินิจฉัยโรค และการวางแผนการรักษาให้ผู้รับการรักษาได้อย่างถูกต้องรวดเร็ว ไม่ต้องนอนพักและมีค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม

เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง 64 Slices CT Scan เป็นเครื่องที่ถูกพัฒนาขึ้นด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัย มีประสิทธิภาพด้วยความเร็วและความละเอียดสูง สามารถสร้างภาพได้ถึง 64 ภาพ ในครั้งเดียวของรอบการหมุนหรือสแกน(360 องศา) ด้วยความเร็วเพียง 0.4 วินาที ทำให้ได้ภาพถึงกว่า 2,000 ภาพ ส่งผลให้การตรวจมีความแม่นยำสูง โดยเฉพาะอวัยวะภายในที่มีการเคลื่อนไหวอย่างเช่น หัวใจ ซึ่งเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ทั่วไปจะได้ภาพที่ไม่ชัดเจน แต่ด้วยเครื่องเครื่องดังกล่าวสามารถให้เกิดภาพที่ชัดเจน ทั้งแบบ2 มิติ และ 3 มิติ รวมถึงทุกส่วนต่างๆของร่างกาย อาทิ เส้นเลือด เนื้อเยื่อ กระดูก หัวใจ หรือแม้แต่ท่อลมในบริเวณปอด ด้วยเหตุนี้เครื่องดังกล่าวจึงเอื้อประโยชน์ทั้งในด้านการตรวจวินิจฉัยโรค และการวางแผนการรักษาให้ผู้รับการรักษาได้อย่างถูกต้องรวดเร็ว ไม่ต้องนอนพักและมีค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม 
 
การปฏิบัติตัวก่อนเข้ารับการตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง
การตรวจอวัยวะระบบต่างๆ ด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง อาจจะมีการฉีดสารทึบรังสี
เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการวินิจฉัย ดังนั้น เพื่อประโยชน์ของผู้ป่วยทุกท่านต้องปฏิบัติตัวดังนี้
1. งดน้ำและอาหารก่อนการตรวจ 4-6 ชั่วโมง
2. แจ้งเจ้าหน้าที่ขณะมาทำการนัดตรวจหรือก่อนรับการตรวจในกรณีต่อไปนี้
      2.1 สตรีตั้งครรภ์หรือสงสัยว่าตั้งครรภ์
      2.2 ผู้ป่วยเคยมีประวัติแพ้สารทึบรังสีมาก่อน
      2.3 ผู้ป่วยมีประวัติแพ้อาหารทะเล
      2.4 ผู้ป่วยมีประวัติแพ้ยาอื่นๆ
      2.5 ผู้ป่วยมีประวัติโรคประจำตัวต่างๆ เช่น โรคภูมิแพ้ โรคหอบหืด ความดันโลหิตสูง
โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคไต
 
3.ในกรณีผู้ป่วยที่ทำการตรวจระบบช่องท้องส่วนล่างและช่องท้องทั้งหมด ผู้ป่วยอาจจะต้องดื่มน้ำที่มีส่วนผสมของสารทึบรังสีตามคำแนะนำของเจ้า หน้าที่ก่อนเข้ารับการตรวจ
 
การปฏิบัติตัวในระหว่างการตรวจ
การตรวจแต่ละส่วนจะใช้เวลาประมาณ 10-20 นาที แล้วแต่ระบบอวัยวะที่ตรวจในขณะทำการตรวจให้ท่านปฏิบัติดังนี้
1. นอนนิ่งๆ ในท่าที่สบาย โดยเจ้าหน้าที่ประจำห้องจะเป็นผู้จัดทำให้
2. ในกรณีผู้ที่ทำการตรวจระบบช่องท้องส่วนล่างและช่องท้องทั้งหมด เจ้าหน้าที่ประจำห้องอาจจะทำการสวนสารทึบรังสีผสมน้ำเข้าทางทวารหนัก เพื่อช่วยในการแสดงตำแหน่งของลำไส้ใหญ่แยกออกจากอวัยวะใกล้เคียงในบริเวณที่ ตรวจ
3. ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ประจำห้อง เช่น การหายใจเข้า-ออก และการกลั้นหายใจ เพื่อให้ได้ภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ที่ชัดเจน (ไม่เกิดภาพไหวเพราะการหายใจ)
4. ในขณะที่ทำการตรวจท่านจะรู้สึกเตียงเลื่อน เข้า – ออก พร้อมกับมีเสียงดังจากการทำงานของ
เครื่องท่านไม่ต้องตกใจเพราะมีเจ้าหน้าที่ประจำห้องคอยควบคุมดูแลอยู่
5. ในขณะที่ฉีดสารทึบรังสีเข้าทางหลอดเลือดดำ ท่านอาจจะมีอาการข้างเคียง เช่น ปวดตามแนว
หลอดเลือดแขนข้างที่ฉีดร้อนทั่วร่างกาย คลื่นไส้ อาเจียน เป็นต้น อาการดังกล่าวจะค่อยๆ หาย
ไปหลังจากหยุดการฉีดสารทึบรังสี ท่านไม่ต้องกังวล เพราะภายห้องตรวจจะมีรังสีแพทย์บุคลากร
ทางรังสี และพยาบาลคอยดูแลอาการของท่านอย่างดีตลอดเวลาการตรวจ ในขณะที่มีการถ่ายภาพ
เอกซเรย์ท่านจะอยู่ภายในห้องตรวจ เพียงผู้เดียว เจ้าหน้าที่จะดูแลอาการของท่านผ่านทางโทรทัศน์
วงจรปิด ขณะเดียวกันถ้าท่านมีอาการผิดปกติอื่นๆ ท่านสามารถพูดติดต่อกับเจ้าหน้าที่ได้ทันทีโดย
ผ่านทางไมโครโฟนที่ติดอยู่กับเครื่อง
 
รีบแจ้งพยาบาล หรือ รังสีแพทย์ทันที ถ้าท่านเกิดอาการเหล่านี้ หลังฉีดสารทึบรังสี
- หายใจไม่สะดวก อึดอัด ใจสั่น หน้ามืด
- อาการคัน มีผื่นแดงตามร่างกาย ใบหน้า
- อาการปวดบวมแดงรอบๆ ตำแหน่งที่แทงเข็ม
- ในกรณีที่ได้รับสารทึบรังสีแล้ว ปัสสาวะไม่ออกหรือออกน้อยกว่า 500 ซีซี ภายใน 24 ชั่วโมง ต้องรีบกลับมา พบแพทย์ด่วน
 
การปฏิบัติตัวหลังการตรวจ
สารทึบรังสีที่ได้รับการฉีดเข้าไปจะถูกขับออกทางปัสสาวะโดยผ่านการกรองที่ไต ดังนั้นผู้ป่วยที่ได้รับ
การฉีดสารทึบรังสี ควรดื่มน้ำมากๆ ภายใน 24 ชั่วโมง หลังจากเสร็จสิ้นการตรวจด้วยการฉีดสารทึบรังสี
 
สารทึบรังสีที่ใช้ในการตรวจ
คือสารที่ใช้ในการวินิจฉัยทางรังสี เพื่อให้เกิดความแตกต่างของสารทึบต่อรังสีเอกซ์ ระหว่างอวัยวะที่ต้องการตรวจได้ชัดเจน เป็นสารประกอบของไอโอดีนกับอินทรีย์สาร มีอยู่ 2 ชนิดคือ
1. ชนิดแตกตัวเป็นประจุ มีราคาถูก
2. ชนิดไม่แตกตัวเป็นประจุ มีราคาสูงเกิดอาการข้างเคียงน้อยกว่าชนิดแตกตัวเป็นประจุ แต่ทั้ง
ทั้ง2 ชนิด ยังทำให้เกิดอาการแพ้ได้ การเลือกชนิดของสารทึบรังสี อยู่ในดุลพินิจของรังสีแพทย์
 
วิธีใช้สารทึบรังสี
1. ฉีดเข้าทางหลอดเลือดดำ
2. ให้ผู้ป่วยดื่ม โดยผสมสารทึบรังสีกับน้ำดื่ม
3. ใช้สวนเข้าทางทวารหนัก โดยผสมสารทึบรังสีกับน้ำสะอาด
หมายเหตุ ข้อ 2 และ ข้อ 3 ใช้เฉพาะการตรวจอวัยวะในช่องท้อง
 
อาการข้างเคียง
อาการข้างเคียงที่พบได้บ่อยหลังฉีดสารทึบรังสีได้แก่ คลื่นไส้ อาเจียน ผื่นแดง เจ็บปวดและร้อนทั่วร่างการ อาการดังกล่าวจะบรรเทาลงหลังฉีดสารทึบรังสี
อาการอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ คือ หนาวสั่น มีไข้เหงื่อออก ปวดศรีษะมึนงง อ่อนเพลีย ความดันโลหิตผิดปกติ อาการคัน ลมพิษ จาม ไอ จนถึงอาการสิ้นสติได้ ซึ่งอาการแพ้จนสิ้นสตินี้เกิดขึ้นได้น้อยมาก
ปกติรังสีแพทย์ บุคลากรทางรังสี และพยาบาลที่ได้รับการฝึกฝนเป็นอย่างดีจะคอยดูแลท่านและระงับอาการแพ้สารทึบ รังสีขั้นต้นก่อนที่จะเกิดการแพ้ขั้นรุนแรงต่อไปอย่างเต็มความสามารถ
 
อวัยวะที่สำคัญที่สามารถใช้เทคโนโลยีเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง 64 Slices CT Scan
 
1. หัวใจ
ใช้ตรวจปริมาณแคลเซียมที่เกาะผนังหลอดเลือดโคโรนารี ซึ่งเพิ่มภาวะเสี่ยงต่อโรคหัวใจวายเฉียบพลัน
ตรวจดูการตีบตันของหลอดเลือดโคโรนารี ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
 
2. สมอง
สามารถตรวจดูปริมาณเลือดที่ไปเลี้ยงสมอง ในผู้ป่วยที่มีกลุ่มเสี่ยงต่อภาวะอัมพาต อัมพฤกษ์
 
3. ลำไส้ใหญ่
ด้วยเทคนิคใหม่ Virtual Colonoscopy ช่วยให้สามารถตรวจหารอยโรคเล็กๆ ที่อาจจะกลายเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ก่อนและรักษาได้เร็ว สามารถหายขาดได้
 
4. ปอด
ช่วยให้ค้นหามะเร็งปอดในระยะเริ่มแรกได้มากขึ้น ซึ่งในเอกซเรย์ปอดทั่วไปอาจปกติ การรักษาได้ผลดีมากขึ้น โอกาสหายขาดมีมากขึ้น
 
5. หลอดเลือดทั่วร่างกาย
เนื่องจากการสแกนภาพใช้เวลาน้อยมาก(เป็นวินาที) จึงสามารถใช้ตรวจดูการตีบตันหรืออุดตันของเส้นเลือดได้ทั่ว
ร่างกาย
 
6. ทันตกรรม
ใช้วางแผนการรักษา การจัดฟัน การใส่รากฟันเทียมหรือเพื่อการผ่าตัด
 
7. กระดูกและข้อ
ความสามารถในการสร้างภาพ 3 มิติ ที่เสมือนภาพจริง และลูกเล่นการตัด ตกแต่งภาพ ช่วยให้แสดงภาพของกระดูกที่ซับซ้อนต่างๆ มีความละเอียด ชัดเจน รักษาได้ถูกต้องแม่นยำมากขึ้น
 

Share With your friends

knowledge interesting

  • เครื่องอัลตร้าซาวด์

  • แมมโมแกรม (Mammogram)

  • MRI

© 2015 Bangkok Hospital . All rights reserved.