สาระสุขภาพ

08Jan
2018

คำแนะนำเรื่อง ผู้ที่เป็นโรคข้ออักเสบ (Arthritis)

ข้ออักเสบ (Arthritis) เป็นภาวะที่เกิดการทำลายข้อต่อของร่างกาย ข้ออักเสบมีได้มากกว่าร้อยรูปแบบและหลากหลายสาเหตุโดยรูปแบบที่พบมากที่สุดคือ ข้อเสื่อม (Osteoarthritis) ซึ่งอาจเกิดจากการบาดเจ็บของข้อต่อ การติดเชื้อของข้อหรือการเสื่อมตามอายุ ข้ออักเสบรูปแบบอื่น ได้แก่ ข้ออักเสบรูมาตอยด์ และโรคข้อสะเก็ดเงิน ซึ่งเป็นผลมาจากภูมิคุ้มกันทำลายข้อต่อของตนเอง โรคเกาต์ซึ่งเกิดจากการสะสมของผลึกกรดยูริกในข้อและเกิดการอักเสบ เมื่อมีปัจจัยที่เหมาะสมมากระตุ้น แต่หากมีการสะสมของผลึกแคลเซียมไพโรฟอสเฟตในข้อจะเกิดข้ออักเสบที่เรียกว่า โรคเกาต์เทียม

  

คำแนะนำเรื่อง ผู้ที่เป็นโรคข้ออักเสบ (Arthritis)


                 1.) ข้อมูลเบื้องต้น

                ข้ออักเสบ (Arthritis) เป็นภาวะที่เกิดการทำลายข้อต่อของร่างกาย ข้ออักเสบมีได้มากกว่าร้อยรูปแบบและหลากหลายสาเหตุโดยรูปแบบที่พบมากที่สุดคือ ข้อเสื่อม (Osteoarthritis) ซึ่งอาจเกิดจากการบาดเจ็บของข้อต่อ การติดเชื้อของข้อหรือการเสื่อมตามอายุ  ข้ออักเสบรูปแบบอื่น ได้แก่ ข้ออักเสบรูมาตอยด์ และโรคข้อสะเก็ดเงิน ซึ่งเป็นผลมาจากภูมิคุ้มกันทำลายข้อต่อของตนเอง โรคเกาต์ซึ่งเกิดจากการสะสมของผลึกกรดยูริกในข้อและเกิดการอักเสบ เมื่อมีปัจจัยที่เหมาะสมมากระตุ้น แต่หากมีการสะสมของผลึกแคลเซียมไพโรฟอสเฟตในข้อจะเกิดข้ออักเสบที่เรียกว่า โรคเกาต์เทียม

                อาการของโรค

โรคข้ออักเสบทั้งหมดจะมาด้วยอาการปวด อาจมีอาการบวม แดง ร้อน หรือบริเวณข้อที่ปวดได้ด้วย ซึ่งรูปแบบการปวดจะแตกต่างกันตามชนิดของข้ออักเสบและตำแหน่ง เช่น ข้ออักเสบรูมาตอยด์มักมีอาการปวดตอนเช้าหรือเวลาอากาศเย็น ในระยะแรกผู้ป่วยมักบอกว่าอาการปวดหายไปหลังจากอาบน้ำตอนเช้า ในผู้สูงอายุหรือเด็กอาจไม่ได้มาด้วยอาการปวด เพราะผู้สูงอายุมักขยับร่างกายได้น้อย ส่วนในเด็กเล็กอาจสังเกตเห็นว่าเด็กไม่ใช้แขนขาข้างที่มีอาการ

               2.) ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรค

ปัจจัยที่ทำให้เป็นโรคข้อเสื่อมที่สำคัญที่สุด   คือ ภาวะอ้วน  (ขึ้นกับชนิดของข้ออักเสบ)

       
               3.) การรักษา
  

วิธีการรักษาแตกต่างกันออกไปตามชนิดของข้ออักเสบ ได้แก่ กายภาพบำบัด การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต เช่น การออกกำลังกายและการควบคุมน้ำหนัก การใช้อุปกรณ์พยุง ยา และอาหารเสริม การผ่าตัดเปลี่ยนข้อมักทำในข้ออักเสบที่มีการสึกกร่อนมาก

 

               4.) ข้อควรระวัง

ยาระงับปวดและยาแก้อักเสบหลายชนิด หากใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน จะมีผลทำให้เยื่อบุกระเพาะอาหาร และลำไส้ระคายเคือง จนอาจทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหาร และมีเลือดออกรุนแรงได้ จึงควรปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง ถ้าจำเป็นต้องใช้ยาเหล่านี้ เพื่อบำบัดอาการปวดข้อนานกว่า 2 สัปดาห์ รวมถึงตัวยาระงับปวดอาจทำปฏิกิริยากับตัวยาอื่นๆได้เช่น ยาระลายลิ่มเลือด (Anticoagulant) หรือเกิดการแพ้ข้ามกลุ่ม ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้ ผู้ป่วยจึงควรแจ้งให้แพทย์ทราบถึงโรคประจำตัว ประวัติแพ้ยา และยาที่ทานประจำ เพื่อแพทย์จะได้จัดยาที่เหมาะสมและปลอดภัยที่สุดสำหรับผู้ป่วย

 

               5.) คำแนะนำอื่นๆ

การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การทำกายภาพบำบัด และการใช้ข้ออย่างถูกวิธี ร่วมกับการใช้ยารักษาโรคจะช่วยให้ท่านสามารถทำกิจวัตรประจำวันและมีคุณภาพชีวิตดีเหมือนคนปกติ

 

 

Share With your friends

ความรู้ทีน่าสนใจ

  • คำแนะนำการออกกำลังกายสำหรับผู้ป่วยหลังผ่าตัดหัวใจ

  • คำแนะนำวิธีปฏิบัติตัวในผู้ป่วยปวดคอ

  • คำแนะนำเรื่อง การบริหารร่างกายในผู้ป่วยอัมพาตครึ่งซีก

© 2015 Bangkok Hospital . All rights reserved.