สาระสุขภาพ

30May
2017

เดือนรอมฎอน ดูแลสุขภาพอย่างไร!

เดือนรอมฎอน ตรวรดูแลสุขภาพอย่างไร ที่นี้มีคำตอบ ! นพ.วีรวรรธ คลายนา อายุรแพทย์ประจำโรงพยาบาลกรุงเทพหาดใหญ่ ปรึกษาเพิ่มเติมได้ที่คลินิกอายุรกรรมชั้น4

เดือนรอมฎอน ดูแลสุขภาพอย่างไร ที่นี้มีคำตอบ



1.ดูแลสุขภาพอย่างไรให้ถือศีลอดได้ตลอดเดือน?
ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน  โรคความดันโลหิตสูง โรคไมเกรน โรคกระเพาะอาหาร เป็นต้น ควรปรึกษาแพทย์ก่อน ช่วงรอมฎอน 2 อาทิตย์ – 1 เดือน เพื่อให้แพทย์ประจำปรับยาให้เหมาะสม และ แนะนำเรื่องการปฏิบัติตัวช่วงถือศีลอด เพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปตลอดทั้งช่วงรอมฎอน

2.ประโยชน์ของการถือศีลอดต่อสุขภาพ?
จากผลการวิจัย พบว่าผู้ป่วยโรคประจำตัวที่แพทย์ได้ปรับยา และแนะนำให้ปฏิบัติตัวอย่างเหมาะสมในช่วงถือศีลอด มีผลต่อสุขภาพโดยลดอาการและโรคเหล่านี้ลงได้ ได้แก่ ความดันโลหิต ไขมันในเลือด น้ำตาลในเลือด อาการอัลไซเมอร์ อาการพากินสัน และสามารถป้องกันโรคได้ด้วย เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคอัมพฤกษ์ 

3.ผู้ป่วยโรคกระเพาะอาหารดูแลตัวเองอย่างไรในช่วงถือศีลอด?
-  การถือศีลอด ไม่ได้ทำให้โรคในกระเพาะอาหารเพิ่มขึ้น 
-  งดอาหารรสจัด เช่น เผ็ด เปรี้ยวจัด เพราะกรดจะออกมากขึ้น
-  งดอัดลม เพราะมีผลต่อแผลในกระเพาะอาหาร
-  ควรเคี้ยวอาหารช้าๆ รับประทานแต่พออิ่ม อย่าทานเยอะๆ เร็วๆ เพราะจะทำให้อืด แน่นท้อง 
-  ทำจิตใจให้สงบเพื่อลดความเครียด ส่งผลดีต่อโรคกระเพาะอาหาร
-  ปรึกษาแพทย์ก่อนถือศีลอดเพื่อมีการปรับยาหรือแนะนำวิธีการปฏิบัติตัวที่ถูกต้อง

4.การปรับยาของผู้ป่วยโรคประจำตัวในช่วงรอมฎอน
-  เปลี่ยนเวลากินยา ได้แก่ ยาเช้า ให้ไปกินเย็น ยาเย็นให้ไปกินหัวรุ่ง
-  ปรับยาเบาหวาน :  กินก่อนอาหารลดยาลง ครึ่งหนึ่ง เช่นเดิมกิน 1 เม็ด ก็กิน 1/2เม็ด เพื่อป้องกันน้ำตาลต่ำ
-  ปรับยาฉีด :  ยาฉีดเช้า  ไปฉีดเย็น , ยาฉีดเย็น ไปฉีดหัวรุ่งแต่ลดเหลือแค่ครึ่งdose อย่างไรก็ตามการปรับยาควรต้องได้รับคำปรึกษาจากแพทย์ประจำตัวเท่านั้น และ หากมีภาวะน้ำตาลต่ำหรือน้ำตาลสูง เช่น เป็นลม อ่อนเพลีย หน้ามืด ใจสั่น เหงื่อออกมาก ก็ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

5.ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงจะดูแลตัวเองอย่างไรในช่วงถือศีลอด?
-  การถือศีลอดไม่เกี่ยวข้องกับความดันโลหิต หรือ โรคแทรกซ้อน  ผู้ป่วยความดันก็สามารถถือศีลอดได้ แต่ควรได้รับคำปรึกษาจากแพทย์ประจำ เรื่อง การเปลี่ยนยาความดัน  บางกลุ่มที่เป็นยาขับปัสสาวะ เพื่อหลีกเลี่ยงอาการหน้ามืด วูบ จากความดันต่ำได้
-  ส่วนการกินยาความดัน สามารถไปรับประทานเป็นมื้อเย็นแทนได้ โดยแพทย์จะแนะนำ
-  หลีกเลี่ยง อาหาร เค็ม เช่น  ปูดู หน้าปลา บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 

6.ป้องกันภาวะน้ำตาลต่ำในผู้ป่วยเบาหวานช่วงรอมฎอน
อาการของผู้ป่วยเบาหวานที่มีภาวะน้ำตาลต่ำ ได้แก่ ใจสั่น หิว เหงื่อออก  หน้ามืด อ่อนเพลีย  เป็นลม ปลุกไม่รู้สึกตัว ฯลฯ หากมีอาการเหล่านี้ควรพบแพทย์ เพื่อเจาะน้ำตาลในเลือดหากมีค่าต่ำกว่า 60 ก็ควรละศีลอดเลย ดังนั้นผู้ป่วยเบาหวานจึงควรปรึกษาแพทย์เพื่อปรับยาในช่วงรอมฎอน และงดออกกำลังกายแบบหนักๆ หรือการละหมาดก็เป็นการออกกำลังกายแบบหนึ่งแล้ว 

7.ป้องกันภาวะน้ำตาลสูงในผู้ป่วยเบาหวานช่วงรอมฎอน
อาการของผู้ป่วยเบาหวานที่มีภาวะน้ำตาลสูงได้แก่ หิวน้ำ ปัสสาวะบ่อย ตาพร่า ปากแห้งคอแห้ง ฯลฯ หากมีอาการเหล่านี้ควรพบแพทย์ เพื่อเจาะน้ำตาลในเลือดหากมีค่ามากกว่า  300 ก็ควรละศีลอดเลย ดังนั้นผู้ป่วยเบาหวานจึงควรปรึกษาแพทย์เพื่อปรับยาในช่วงรอมฎอน และหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารทีละมากๆ แต่ควรรับประทานอินทผลั มแล้วค่อยละหมาด ทานข้าว 1 จานพออิ่ม ฯลฯ 

8.การละศีลอดที่ถูกวิธี
ควรรับประทานแต่พ ออิ่ม ไม่ทานมากเกินไป  ไม่ทานเร็วเกินไป  ไม่ทานอาหารหวานจัด ควรรับประทานอินทผลัม1-3 เม็ดแล้วไปละหมาด เพราะอินทผาลัมมีน้ำตาลฟรุ๊กโตส ไฟเบอร์ น้ำ แร่ธาตุ แมกนีเซียม จึงสามารถแก้กระหาย แก้หิวได้อย่างรวดเร็ว ควรจิบน้ำบ่อยๆ ให้ได้ 8 แก้ว/วันแนะนำรับประทานขนมปังโฮวีท สลัด ข้าวกล้อง 

 
 
 

Share With your friends

ความรู้ทีน่าสนใจ

  • เปิดตัวLine@ Healthy Fit

  • ให้ด้วยรัก Give Away "ให้สุขภาพดี...แด่คนที่คุณรัก"

  • "ให้สิทธิข้าราชการ" โครงการเบิกจ่ายตรงค่ารักษาพยาบาลประเภทผู้ป่วยใน กับ กรมบัญชีกลาง

© 2015 Bangkok Hospital . All rights reserved.